บทที่
7 นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยของต่างประเทศ
1.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี
ตอบ การสอนแบบมอนเตสซอรี (Montessori) เป็นนวัตกรรมที่เริ่มจากการพัฒนาแนวการสอนเพื่อใช้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญามาใช้กับเด็กปกติ
โดยให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เน้นการฝึกฝนด้านประสาทสัมผัส
เปิดโอกาสให้เด็กค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
จากสภาพแวดล้อมที่ครูจัดไว้ในห้องเรียน ซึ่งสิ่งที่เด็กเข้าไปเรียนรู้เรียกว่างาน ทำให้เด็กได้ใช้และพัฒนาประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ปาก และสัมผัส
2. จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี
ตอบ มอนเตสซอรี่มีความเชื่อว่าการเรียนรู้และซึมซับด้วยตนเองในเสรีภาพที่มีขอบเขตจาก
สิ่งแวดล้อมที่เตรียมไว้จะทำให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรของมอนเตสซอรี่แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆได้แก่ การศึกษาทางด้านทักษะกลไก (motor education) การศึกษาทางด้านสัมผัส (education of the senses) และการเตรียมสำหรับการเขียนและคณิตศาสตร์ (preparation for
writing and arithmetic) โดยมีการประเมินผลซึ่งการสอนตามแนวคิดของมอนเตสซอรี
จะมีการประเมินผลการเรียนของเด็ก
โดยการสังเกตเด็กจากสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1.
ความสามารถในการทำกิจกรรมแต่ละกลุ่ม
2. การใช้อุปกรณ์การเรียนแต่ละชิ้นเมื่อครูได้สังเกตเด็กแล้วครูจะรายงานผลการเรียนให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ
ๆ ซึ่งการรายงานผลการเรียนจะทำได้หลายรูปแบบ
เช่น การส่งผลงานเด็กกลับบ้าน การสนทนากับผู้ปกครอง
การให้ผู้ปกครองเข้ามาสังเกตในห้องเรียน
3. จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
ตอบ เป็นนวัตกรรมที่มีความเชื่อว่าการสอน
ภาษาให้กับเด็กจะต้องเป็นภาษาที่สื่อความหมาย โดยให้เด็กเรียนรู้จากการเล่น
เป็นการสอนภาษาแบบ บูรณาการ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อม ๆ
กับสิ่งแวดล้อมหรือ สภาพการณ์ จริงจะช่วยให้ภาษานั้นง่ายต่อการเรียนรู้
4. จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
ตอบ 1.
การพูดเป็นทักษะพื้นฐานของการอ่าน และการเขียน
2.
ให้เด็กเห็นตัวอย่างของการพูดที่ถูกต้อง
3.
เด็กควรมีโอกาสได้พูดให้มากและให้เห็นว่า ภาษาพูดจะกลายมาเป็นการเขียนและการอ่านได้อย่างไร
โดยการให้เด็กเขียนในสิ่งที่เขาคิดและเล่าเป็นเรื่องราวออกมา
4.
การอ่านควรมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เข้าใจเรื่องราว และมีจุดมุ่งหมายในการอ่าน
5. สิ่งที่อ่าน
ควรมีระดับความยากง่ายเหมาะสมกับระดับความสามารถของเด็ก
6. ครูควรให้กำลังใจและให้การเสริมแรง
5. จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอ
เอมีเลีย
ตอบ การเรียนการสอนไม่ใช่การถ่ายโอนข้อมูลความรู้จากผู้สอนไปสู่เด็ก แต่สิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กอยากรู้และค้นหาคำตอบที่ตนสนใจการจัดการศึกษาตามแนวคิดนี้เป็นการวางรากฐานให้เด็กเกิดทัศนคติที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้
มีความสนใจใฝ่รู้
บรรยากาศ สิ่งแวดล้อมจะช่วยหล่อหลอมให้เด็กเกิดความสุขในการเรียนรู้
6.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ
เอมีเลีย
ตอบ 1.
ครูต้องมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองศักยภาพของเด็กอย่างเหมาะสม
เพราะเด็กทุกคนมีความพร้อม มีศักยภาพ มีความกระตือรือร้น สนใจที่จะมี ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และสร้างสัมพันธภาพ การเรียนรู้และพร้อมที่จะเรียนรู้ทุกสิ่ง
2.
การศึกษาของเด็กมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างเด็ก ครอบครัว ชุมชน ครูโรงเรียนและสังคมอย่างลุ่มลึกและเป็นระบบ
การเรียนการสอนจึงต้องเป็นการกระทำที่สนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อการพัฒนาเด็ก
3. เด็ก
ครูและผู้ปกครอง มีสิทธิที่จะทำงานร่วมกันในการให้การดูแลและให้การศึกษาที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาศักยภาพเด็ก
4.
ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการจัดประสบการณ์และสวัสดิการให้แก่เด็กในโรงเรียน
5.
โรงเรียนต้องเป็นสถานที่สำหรับให้เด็กแสดงผลงานการเรียนรู้ เด็กและครูสามารถนำมาเสนอจัดและตกแต่งด้วยตนเองได้
6.
ครูต้องสนับสนุนให้เด็กทำงานกับเพื่อน อาจจะเป็น 2 คน 3 คน 4 คน หรือ 5 คน เพราะจะทำให้เด็กได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดและพัฒนากลไกการสื่อสารอย่างทั่วถึง
7.
ให้เวลาแก่เด็กในการศึกษาเต็มที่และต่อเนื่อง โดยไม่กำหนดเวลาและกิจกรรม เพราะการทำโครงการการเรียนรู้ของเด็กอาจทำทั้งวันก็ได้ ขึ้นอยู่กับงานและความสนใจของเด็ก
8.
ครูต้องเป็นส่วนหนึ่งของเด็กในการร่วมคิด ร่วมทำครูต้องรู้แผน และกระบวนการดำเนินการเรียนรู้ของเด็ก
พร้อมเป็นแหล่งข้อมูล เป็นผู้ให้กำลังใจ สนับสนุน สนทนา ตอบคำถาม แนะนำและสังเกตการทำงานของเด็กให้เป็นไปตามโครงการที่กำหนดหรือปรับแผนเมื่อเด็กต้องการ
9.ใน
การสอนตามแนวเรกจิโอ เอมีเลีย เน้นถึงการทำงานของครูเป็นคู่ที่ต้องเป็นการ
ทำงานแบบ ร่วมมือ ร่วมใจช่วยกันในฐานะเดียวกัน งานหลักคือการพัฒนาเด็กให้เกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมายของการศึกษา
ความร่วมมือร่วมใจนี้จะสานต่อถึงความร่วมมือกับผู้ปกครองผู้บริหาร และชุมชน
10.
ครูเปรียบเสมือนผู้สื่องานศิลป์ เด็กคือผู้ผลิตงานศิลป์ ครูและเด็กจะร่วมกันสื่อสารเรียนรู้ด้วยงานศิลป์ที่บ่งบอกถึงความรู้ความเข้าใจของเด็ก
ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอน
จึงต้องมีครูที่มีความรู้ความสามารถทางทัศนศิลป์ ทำงานร่วมกับเด็กเพื่อให้การจัดแสดงเชิงศิลป์เป็นมุมศิลปะที่แท้จริง
11. การจัดทำสารนิทัศน์เป็นสื่อสำคัญของการสร้างสรรค์งานเรียนรู้ เอกสารที่ครู
จัดเก็บและแสดงเป็นงานศิลปะ
ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายหรือผลงานของเด็กมีความหมายมาก สำหรับครูและเด็ก ผลงานที่จัดแสดงจะบอกถึงผลงานครู
ความก้าวหน้าของเด็กที่ผู้ปกครองควรทราบ และเป็นงานที่เด็กภาคภูมิใจ
12.
หลักสูตรหรือประสบการณ์การเรียนรู้ต้องเกิดจากการตัดสินใจเลือกของเด็ก
จากการสนทนาอภิปรายระหว่างเด็กหรือระหว่างเด็กกับครู
13.
โครงการเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและครู ซึ่งอาจมา
จากการอภิปรายหรือประสบการณ์ของเด็กก็ได้
โครงการจะเป็นจุดสร้างทางการศึกษาของเด็กในการที่จะให้ได้มาซึ่งความรู้และการค้นพบ การใช้เวลาสั้นยาวมากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการ
บางโครงการอาจใช้เวลา 2 – 3 วัน
แต่บางโครงการอาจใช้เวลาเป็นเดือน
7. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป
ตอบ การจัดการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป เน้นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ (active learning) ผ่านมุมประสบการณ์ที่หลากหลายด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
โดยประยุกต์ใช้กับประสบการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ
ซึ่งมีหลักในการปฏิบัติดังนี้
1. การวางแผน (plan)
เป็นการสนทนาระหว่างเด็กกับครูเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กสนใจจะเรียนรู้ รวมถึงวิธีการดำเนินกิจกรรมของเด็ก
ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เด็กปฏิบัติกิจกรรม ต่าง ๆ ด้วยความรู้สึกที่ดี
การวางแผนกิจกรรมอาจแสดงให้ผู้อื่นรับรู้ถึงขบวนการวางแผนจากภาพกิจกรรมหรือสัญลักษณ์ประจำตัวเด็ก
2. การปฏิบัติ(do) เป็นการทำกิจกรรมตามที่เด็กวางแผนไว้ โดยมีครูเป็นผู้ให้
ค าแนะนำช่วยเหลือด้านความคิดในจังหวะที่เหมาะสม การทำงานของเด็ก
เด็กจะทำด้วยตัวของเขาเอง หรือร่วมกับเพื่อนอย่างอิสระตามเวลาที่ครูกำหนด
รวมทั้งการช่วยจัดเก็บของให้เรียบร้อยหลังจากการทำกิจกรรม
3. การทบทวน (review)
เป็นช่วงกิจกรรมการสนทนา
อภิปรายถึงผลงานที่เด็กทำและทบทวนว่าเด็กได้ทำตามสิ่งที่ตนเองวางแผนไว้หรือไม่
มีการเปลี่ยนแปลงการวางแผนอย่างไรด้วยเหตุผลใดกระบวนการวางแผน การปฏิบัติ
8. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบโครงการ
ตอบ 1.
หัวข้อการเรียนเกิดมาจากความสนใจและประสบการณ์ของเด็ก ซึ่งครูพิจารณา
เห็นว่ามีคุณค่าต่อการเรียนรู้
2.
ประสบการณ์การเรียนรู้ เด็กต้องได้ประสบการณ์ตรงลงมือปฏิบัติอย่างเต็มที่ มี
ปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สังคม และสิ่งแวดล้อม
3.
ประสบการณ์การเรียนรู้ที่จัดให้เด็กต้องต่อเนื่อง และมีเวลาเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็น
กิจกรรมในชั้นเรียนหรือการศึกษานอกสถานที่
4.
เนื้อหาของโครงการเกิดจากความเข้าใจของเด็ก เด็กได้คิด ได้เรียนรู้ตาม
กระบวนการอย่างมีขั้นตอน สามารถพัฒนาเนื้อหาการเรียนรู้จากความสนใจและข้อค้นพบของเด็ก
5.
ต้องเป็นผู้ช่วยเหลือ ผู้ร่วมงาน
และผู้กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ด้วยการแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมในกิจกรรม
6. การดำเนินโครงการ ต้องจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับเด็ก
7.
บอกขั้นตอนการทำกิจกรรมให้เด็กรับรู้เพื่อประเมินความก้าวหน้า ซึ่งกิจกรรม
หลักในโครงการ ได้แก่ การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การทัศนศึกษา
การสืบค้น และการนำเสนอผลงาน
การสอนแบบโครงการจะดำเนินการเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 ระยะเริ่มต้นโครงการ
ครูและเด็กจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับ
หัวข้อที่ต้องการศึกษา โดยคำนึงถึงความต้องการ
ความสนใจและความเหมาะสมกับวัยของเด็ก
ระยะที่ 2 ระยะดำเนินโครงการ ระยะนี้ถือเป็นหัวใจของการสอนแบบ โครงการ
ทั้งนี้เพราะเด็กจะต้องเป็นผู้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจากวิธีการที่หลากหลาย
เช่น การทัศนศึกษา การสนทนาพูดคุย การทดลอง การสืบค้นข้อมูล
ในระยะนี้เด็กจะได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ มีการทดสอบสมมติฐานปรับปรุงแก้ไขผลงานในโครงการให้เป็นผลสำเร็จ
เด็กมักจะใช้เวลาทำโครงการในระยะนี้มากกว่าทุกระยะ
ระยะที่ 3 ระยะสรุปโครงการ
เป็นการสรุป ทบทวน สิ่งที่เด็กเรียนมาด้วยการ
เสนอผลการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การแสดงผลงาน การจัดนิทรรศการ
การสาธิต เพื่อให้ครูผู้ปกครอง เพื่อน ๆ ได้ชมผลงาน และกิจกรรมที่จัดขึ้น
เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมแล้วเด็กและครูจะร่วมกันประเมินผลการเรียนรู้จากโครงการ
9. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
ตอบ 1. ความสม่ำเสมอ
การจัดการเรียนการสอนต้องมีแบบแผนที่แน่นอน จะทำให้เด็ก
เกิดความมั่นคงภายใน
2. การทำซ้ำ การทำซ้ำทำให้เด็กได้มีโอกาสซึมซับ ทำความเข้าใจต่อสิ่งต่าง ๆ อย่าง
ถ่องแท้ และเกิดความชำนาญ
3.
ความเคารพและเห็นคุณค่า บรรยากาศในห้องเรียนและการปฏิบัติตัวของครู จะ
ทำให้เด็กเป็นผู้มีความสำนึกรู้คุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว
การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามวิถีธรรมชาติ
โดยครูจะพิจารณาจัดกิจกรรมให้
สอดคล้องกับจังหวะ กาลเวลา และความสนใจของเด็ก
การจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยตามแนวคิดของวอลดอร์ฟ จะไม่เน้นเนื้อหาเป็นรายวิชา
ไม่ใช่สื่อการสอนที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโทรทัศน์ การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนไม่เน้นการแข่งขันกัน
ครูจะไม่ประเมินผลเด็กโดยการให้คะแนน ให้เด็กเรียนรู้ผ่านงานศิลปะ ดนตรี และธรรมชาติรอบตัว
10. จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุด
และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อมให้เหตุผลประกอบ
ตอบ การสอนภาษาแบบธรรมชาติ
ให้เด็กเรียนรู้จากการเล่น เป็นการสอนภาษาแบบบูรณาการ ทักษะการฟัง
การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อม ๆ กับสิ่งแวดล้อมหรือ สภาพการณ์
จริงจะช่วยให้ภาษานั้นง่ายต่อการเรียนรู้
เพราะการที่เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองจะทำให้เกิดการพัฒนาได้อย่างมีคุณค่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น