วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

แบบฝึกหัดท้ายบท บทที่ 5 รูปแบบการศึกษาปฐมวัย


บทที่รูปแบบการศึกษาปฐมวัย


1.จงอธิบายถึงจุดมุ่งหายในการจัดสถานศึกษาระดับปฐมวัย
ตอบ  เพื่อที่จะสามรถช่วยพัฒนาเด็กให้มีความงอกงามทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา หลังจากนั้นก็เตรียมให้เด็กมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในชั้นประถมต่อไป  เพื่อฝึกให้เด็กมีระเบียบวินัย ปลูกฝังนิสัยอันดีงามแก่เด็ก  ให้เด็กได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีที่ถูกสุขลักษณะ  ฝึกให้เด็กได้ช่วยเหลือตนเอง เผยแพร่วิทยาการใหม่ ๆ เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยให้กับผู้ปกครองและบุคคลในชุมชน เพื่อการเลี้ยงดูเด็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งในด้านสาธารณสุข โภชนาการ และการศึกษา ให้เด็กได้รู้จักการรักษาความสะอาดมีสุขนิสัยที่ดีพัฒนาทัศนคติที่ดีต่อแพทย์ พยาบาล และทันตแพทย์ และให้เด็กได้มีโอกาสเล่นได้ไปเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ หลายชนิด ที่จะช่วยเหลือพ่อ แม่ ที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกของตนเองได้ เนื่องจากเหตุผลต่าง ๆ และมีการพัฒนาบุคลิกภาพที่ ดีงามให้แก่ เด็กตั้งแต่ วัยเด็ก เพื่อจะได้เติบโตเป็นบุคคลที่ มาบุคลิกภาพที่ดี

2.จงอธิบายถึงแนวคิดในการเลือกรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  ในการจัดการปฐมวัยนั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อ และความรู้ในเรื่องของมนุษย์ เหตุนี้
การจัดการศึกษาให้กับเด็กปฐมวัยในสังคมระบอบประชาธิปไตย จะขึ้นอยู่กับว่าเรานั้นเชื่อว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้เด็กได้เติบโตเพื่อเป็นประชาชนที่ดีมีประสิทธิภาพในสังคมและยังขึ้นอยู่กับความรู้ที่เกี่ยวกับการพัฒนาของเด็กปฐมวัย  การจัดการศึกษาปฐมวัยนั้นไม่ว่าจะจัดให้แก่เด็กกลุ่มขนาดเล็กหรือกลุ่มขนาดใหญ่ก็ตามควรจะยึดหลักที่สำคัญๆโดยยึดจากตัวเด็กหรือสภาพแวดล้อมนั้นๆเป็นหลัก 

3.จงอธิบายถึงรูปแบบของการจัดการศึกษาปฐมวัย  ตามแนวคิดของเยาวพา เดชะคุปต์ ทั้ง 9 รูปแบบ
ตอบ  การจัดการศึกษาปฐมวัยที่ ผ่านมา จัดกันในหลายรูปแบบและแต่ละแบบก็มีจุดมุ่งหมาย วิธีการ ความเป็นมา และหน่วยงานที่ รับผิดชอบแตกต่างกันออกไป ดังนี้ 
1.  โรงเรียนอนุบาล  (kindergarten)  เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3 – 7 ปี คาดว่า โรงเรียนอนุบาลนี้ เริ่มต้นโดย เฟดเดอริค ฟรอเบล ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงเรียนอนุบาลขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศเยอรมนี ในปี ค.ศ.1937 และเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย โดยที่จะมุ่งพัฒนาเด็กให้ เจริญเติบโตในด้านต่าง ๆ โดยเน้นกิจกรรมการเล่น การปรับตัว การแสดงออกทางร่างกายและการฝึกการทำงานและการอยู่ร่วมกัน
2.  สถานบริบาลเด็ก  (nursery  school)   กล่าวว่า สถานบริบาลเด็กหรือ เนิร์สเซอรี่ เป็นโครงการที่จัดขึ้นสำหรับเด็กวัย 2  – 5 ปี โดยเริ่มต้นขึ้นในประเทศอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ.1911 โดยมาร์กาเร็ต และราเชล แมกมิลลัน  เป็นผู้ริเริ่มขึ้น เพื่อหาวิธีเลี้ยงเด็กอย่ างถูกวิธี  ส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์   สังคม และสติปัญญา สถานบริบาลเด็กในปัจจุบันจัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของพ่อแม่ที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาดูแลลูก โดยมุ่งฝึกนิสัยของเด็ก และช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวได้ และยังเน้นในด้านโภชนาการและการศึกษาของพ่อแม่อีกด้วย
3.  โรงเรียนส าหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียน  (preschools)  หรือบางทีเรียกว่ า  สถานบริบาล  เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเน้นพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กและเสริมสร้างกิจกรรมเฉพาะด้านที่เรียกว่า  “Enrichment  Activities”  เป็นโครงการครึ่งวัน ปัจจุบันโรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียนเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญา ในรูปของกิจกรรมการเล่น เตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนในระดับประถมซึ่งพ่อแม่ที่ไม่ชอบให้ลูกเรียนเต็มวันมักนิยมเลือกโครงการนี้ โครงการนี้บางทีก็จัดโดยเอกชนหรือบางทีจะจัดในรูปของการร่วมมือระหว่างพ่อแม่หรือการรวมพ่อแม่เข้ามาในโครงการที่เรียกว่า “co-ops”  ซึ่งพ่อแม่จะจ้างครู แพทย์ และผู้นำทางการศึกษาให้มาดูแลลูกของตน และพ่อแม่มีส่วนในการเป็นครู และผู้บริหารในโรงเรียน
4.  ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวัน (child  care  center)  คือ ศูนย์ที่ให้บริการการเลี้ยงดูเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4 ปี สำหรับพ่อแม่ที่ทำงานในเวลากลางวันตั้งแต่เช้าถึง ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวันมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น  day  care  center,  child  care center, day nursery  หรือ children’s center  ซึ่งไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม ก็คือ โครงการที่จัดขึ้นสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่พ่อแม่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้าน โดยต่างจากสถานบริบาล ในแง่ที่ว่า จะดูแลเด็กในช่วงอายุที่สูงกว่าสถานบริบาลและจะมุ่งพัฒนาเด็กในด้านร่างกาย การเคลื่อนไหว อารมณ์ สติปัญญา สุนทรียภาพ พัฒนาการทางสังคม และการเตรียมความพร้อม เพื่อเรียนต่อในระดับประถม และปัจจุบันนี้จะเน้นการดูแลอบรมเด็กและการบริบาลทารกไว้ด้วยกัน และบางแห่งอาจจะรับเด็กในช่วงอายุ 2 ½ - 4 ปี
5.  บ้านรับเลี้ยงเด็ก (family  day  care  homes)  คือ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่จัดทำขึ้นที่บ้าน ซึ่งจะจัดขึ้นสำหรับรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3    4 ปี ในบ้านของตน โดยรับเด็กจำนวนน้อยคน ซึ่งต้องมีใบอนุญาตในการจัดตั้ง
6.  โครงการเฮดสตาร์ท (head start) คือ โครงการส าหรับเด็กที่อยู่ใน ครอบครัวที่ยากจนหรือมีรายได้ต่ า ทั้งนี้เพื่ อให้โอกาสเด็กได้มีโอกาสพัฒนาเท่ าเทียมกับเด็กอื่ น ๆ ซึ่ งจัดท าโดยรัฐบาล โครงการนี้เริ่มในปี ค.ศ.1965 ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหน่วยงานที่มีชื่อว่า  “Office of Economic Opportunity” โดยจะรับเด็กที่มีอายุก่อนเข้าเรียนราว ๆ 4 ปี เพื่อจัดพัฒนาเด็กและจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมให้กับเด็ก
7.  ศูนย์แม่และเด็ก (parent – child centers) คือ โครงการที่จัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัยที่ มาจากครอบครัวที่ ยากจน ซึ่ งจัดขึ้นเพื่ อให้การศึกษาแก่ แม่ และเด็กที่ มีอายุต่ำกว่า 3 ปี
8.  โครงการโฮมสตาร์ท  (home  start)  คือ โครงการที่ จัดขึ้นสำหรับเด็กที่ มาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเน้นการให้การศึกษาแก่พ่อแม่และเด็กที่บ้าน เริ่มต้นในปี ค.ศ.1972 ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบางครั้งเป็นการให้การศึกษาแก่เยาวชนหรือวัยรุ่นที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา (underachiever) เพราะไม่มีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียน ก็อาจจะจัดเข้าอยู่ในประเภทนี้ได้
9.  โครงการให้การศึกษาแก่พ่อแม่  (parent education)  คือ โครงการที่ให้การศึกษาแก่พ่อแม่เกี่ยวกับพัฒนาการและการอบรมเลี้ยงดู และการให้การศึกษาบุตร ซึ่ งอา จจะเป็นการจัดที่สถาบันการศึกษา หรือที่ บ้านของเด็ก รวมทั้งโครงการจัดการศึกษาให้กับเด็กทารกและเด็กวัยเตาะแตะ ซึ่งจะเป็นโครงการที่รวมเอาการให้การศึกษาแก่พ่อแม่และการจัดกิจกรรมให้กับเด็ก  ซึ่งจะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจพัฒนาการของเด็กและสามารถจัดกิจกรรมที่เหมาะสมให้กับลูกอีกด้วย

4.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน
ตอบ  เป็นการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน มีเด็กอายุระหว่าง 3 – 6 ปี เป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาการเด็ก มีการเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา การดำเนินการที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐและเอกชน จะมีรูปแบบการจัด 2 ลักษณะ คือ
1.ชั้นอนุบาล เป็นการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมให้ เด็กมีพัฒนาการครบทุกด้านทั้ง
ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา รวมทั้งลักษณะนิสัยต่าง ๆ โดยใช้ระยะเวลาในการจัดการศึกษาประมาณ 2 – 3 ปี สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 3 – 6 ปี
2. ชั้นเตรียมประถมศึกษาหรือชั้นเด็กเล็ก เป็นการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมให้ เด็กก่อนเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา โดยใช้ระยะเวลาในการจัดการศึกษา 1 ปี สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 5 – 6

5.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ  ในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก อายุตั้งแต่แรกเกิด 6 ปี ที่ด้อยฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม เด็กยากจนในเขตพื้นที่ชนบทห่างไกลและชนกลุ่มน้อย เด็กที่อยู่ในชุมชนแออัด และเด็กด้อยความสามารถทางด้านร่างกาย สมอง และจิตใจ การจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็กมีชื่อเรียกต่างกัน เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ สถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามศูนย์พัฒนาเด็กเล็กส่วนใหญ่มีจุดมุ่งหมายหลักในการด าเนินงานที่คล้ายคลึงกันสรุปได้ดังนี้
1. เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและเตรียมความพร้อมให้กับเด็กทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างถูกต้องเหมาะสมด้วย
2. เพื่อปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีและปรับตัวเข้ากับสังคมนอกบ้าน รวมถึงให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้
3. เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ พ่ อแม่ ผู้ปกครองเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่ างถูกวิธี การประกอบอาหารที่ ถูกหลักโภชนาการ เพื่ อป้องกันเด็กจ ากโรคขาดสารอาหาร รวมทั้งการให้ภูมิคุ้มกันโรค และการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่ถูกต้อง
4. เพื่อกระตุ้นให้องค์กรท้องถิ่นและครอบครัว มีบทบาทในการพัฒนาและมีส่วนร่วมในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
5. เพื่อแบ่งเบาภาระการอบรมเลี้ยงดูเด็กของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ให้สามารถใช้เวลาในการประกอบอาชีพได้มากขึ้น

6.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบอื่น
ตอบ  เนื่องจากมีเด็กบางกลุ่มที่ไม่มีโอกาสเข้ารับบริการ การอบรมเลี้ยงดูจากโรงเรียนหรือ
ศูนย์ พัฒนาเด็ก จึงมีการจัดกิจกรรมที่จัดเพื่อพัฒน เด็กปฐมวัย ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น
การพัฒนาเด็กโดยหน่วยงานพัฒนาเด็กเคลื่อนที่ซึ่งจัดกิจกรรมการให้ความรู้ความเข้าใจแก่
พ่อแม่ ผู้ปกครองด้วยวิธีการสาธิต ฝึกอบรมการเลี้ยงดูเด็กตามหลักวิชาการแผนใหม่  ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการครบทุกด้าน หรืออาจจะดำเนินงานทางอ้อมในรูปพัฒนาเด็กโดยครอบครัว โดยมีการร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กมุ่งให้พ่อแม่และสมาชิกในครอบครัวมีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยร่วมกันอาสาสมัครหมู่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และเยาวชนในหมู่บ้าน จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กในครอบครัวของตน นำความรู้ไปถ่ายทอดแก่พ่อแม่และบุคคลอื่นด้วยอาจกล่าวได้ว่า รูปแบบของการจัดการศึกษาปฐมวัยของประเทศไทยมีการจัดทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน โดยมีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยทุกด้าน ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพภายในสภาพชุมชนและบริบทของท้องถิ่น ในสังคมเมือง และสังคมชนบท


7.จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในระบบโรงเรียนอนุบาล
ตอบ  หน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบการจัดโรงเรียนในการจัดการศึกษาระดับชั้นอนุบาลและชั้นเด็กเล็ก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม 
1. โรงเรียนอนุบาลของรัฐที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ
     1)  โรงเรียนอนุบาลของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลประจ าจังหวัดและโรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ในหมู่บ้าน จะรับอายุระหว่าง 4 – 5 ปี เข้าเรียนในชั้นอนุบาล มีหลักสูตร 2 ปี
     2)  โรงเรียนอนุบาลสาธิตของมหาวิทยาลัย จัดการศึกษาปฐมวัยขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมของเด็ก ก่ อนเข้าเรียนในระดั บประถมศึกษา ส่วนใหญ่จะรับเด็กอายุตั้งแต่ 3  – 5  ปี เข้าศึกษาในหลักสูตรอนุบาล 3 ปี แต่มีบางแห่งที่รับเด็กอายุ 4 – 5 ปี เข้าศึกษาโดยมีหลักสูตร  2 ปี
     3)  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สังกัดกองการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นโรงเรียนที่ จัดการศึกษาสำหรับเด็กขาดโอกาสที่ จะเรียนในโรงเรียนปกติ ได้แก่ เด็กชาวป่า เด็กชาวเขา เด็กชาวเกาะ เด็กที่อยู่ในท้องถิ่นกันดารหรือมีปัญหาทางสภาพภูมิศาสตร์ เด็กยากจนที่ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนปกติ เด็กกำพร้าบิดาหรือมารดา ขาดผู้ อุปการะ
- โรงเรียนอนุบาลของรัฐที่อยู่ในความดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แก่ โรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดน สังกัดกองบัญชาการต ารวจตระเวนชายแดน สำนักงานต ารวจแห่งชาติ รับผิดชอบในการจัดการศึกษาให้ประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นห่างไกล การคมนาคมไม่สะดวก ดำเนินการจัดการศึกษาปฐม วัยในระบบโรงเรียนให้แก่ เด็กอายุ 3    6 ปี ในหลักสูตรอนุบาลศึกษา 2 ปี และหลักสูตรชั้นเด็กเล็ก 1 ปี
- โรงเรียนของรัฐที่ อยู่ ในความดูแลของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ได้แก่ โรงเรียนที่อยู่ในความดูแลของกรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งจัดการศึกษาปฐมวัยให้แก่เด็กอายุ 
 3 – 6 ปี ในโรงเรียนหมู่บ้านชาวไทยต่างวัฒนธรรมและโรงเรียนในสถานสงเคราะห์เด็ก เป็นการดูแลเด็กกำพร้าหรือเด็กถูกทอดทิ้ง โดยมุ่งหวังให้เด็กได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยการเลี้ยงดู แก้ไขปัญหา ให้การศึกษา
- โรงเรียนอนุบาลของรัฐที่อยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ได้แก่
โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนสังกัดเทศบาล
2.โรงเรียนอนุบาลของเอกชน จะอยู่ ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ เอกชนเป็นเจ้าของรับผิดชอบจัดการศึกษา รับเด็กอายุ 3 – 6 ปี โดยจัดหลักสูตรอนุบาล 3 ปี คือ  อายุ 3 – 4 ปี  ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1  อายุ 4 – 5 ปี  ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2  อายุ 5 – 6 ปี  ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3

8.จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก

ตอบ  - หน่วยงานภาครัฐ ที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็กมีดังต่อไปนี้
1. ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดนั้นเป็นโครงการของกรมการศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่ อสอนให้กับเด็กก่อนเกณฑ์ที่จะเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายทั้งชาย หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ถึงอายุย่างเข้าปีที่ 6
2. สถานสงเคราะห์เด็กก่อนวัยเรียน หรือศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนจัดโดยกองบัญชาการ
ตำรวจตระเวนชายแดน จัดบริการการศึกษาแก่เด็กอายุ 2 – 6 ปี ที่ไม่สามารถรับ บริการการศึกษาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาโดยตรงจัดบริการในเขตพื้นที่ที่เป็นจังหวัดชายแดน และมีกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนตั้งอยู่
3.  สถานสงเคราะห์ เด็กอ่อนของกรมประชาสงเคราะห์ ให้การอนุบาลเลี้ยงดูเด็กและให้การศึกษาแก่เด็กชาย  หญิง อายุตั้งแต่แรกเกิด  – 6 ปี ที่มีปัญหาการเลี้ยงดูจากพ่อแม่หรือเป็นเด็กพิการ
4.  ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของกรมพัฒนาชุมชน สังกัดกระทรวงมหาดไทยมีกองพัฒนาสตรีเด็กและเยาวชนเป็นผู้รับผิดชอบด าเนินงาน โดยสนับสนุนให้ชุมชนจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในตำบล หมู่บ้าน เพื่อรับเลี้ยงเด็กระหว่าง 3  –  6 ปี
5.  สถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน ของสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ให้บริการแก่เด็กอายุ 2 ปี 6 เดือน จากครอบครัวยากจนและขาดสารอาหารเพื่ อให้บริการด้านสุขภาพอนามัยโภชนาการ ด้านการพัฒนาจิตใจสติปัญญาและสังคม ด้านความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกโดยมีพี่เลี้ยงเด็กเป็นตัวประสานระหว่างพ่อแม่ และลูก
6.  สถานเลี้ยงเด็กกลางวันของสำนักงานสวัสดิการสังคมในสังกัดกรุงเทพมหานครให้บริการแก่ เด็กอายุระหว่าง 3  – 6 ปี ในชุมชนแออัดและเขตรอบนอก เพื่อเตรียมความพร้อมแก่ เด็กก่ อนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา
7.  บ้านเด็กสาธิตของมหาวิทยาลัยจัดบริการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 2  –  3 ปี จัดขึ้นเพื่อเป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับความเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กเป็นแหล่งสาธิตและฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาวิชาเอกปฐมวัย มีครูจำนวน 1 คน และพี่เลี้ยง 1  – 2 คนดูแลเด็กประมาณกลุ่มละ 20 คน
- หน่วยงานภาคเอกชน การจัดศูนย์ พัฒนาเด็กของภาคเอกชนมีการจัดดำเนินงานใน ลักษณะ คือ
1.  ศูนย์เด็กขององค์การ อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรต่าง ๆ ซึ่งได้แก่
มูลนิธิ สมาคม และบริษัท ศูนย์เด็กและองค์กรส่วนใหญ่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานขององค์กรและการสงเคราะห์เด็กรับเด็กชาย หญิง อายุระหว่าง 2 – 6 ปี
2.  ศูนย์เด็กหรือสถานรับเลี้ยงเด็กของเอกชน ส่วนใหญ่ จะตั้งอยู่ในชุมชน
เมือง จัดบริการเพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง มีขอบเขตในการให้บริการตั้งแต่เด็กวัยแรกเกิดจนถึง6 ปี โดยศูนย์หรือสถานรับเลี้ยงเด็กแต่ละแห่งอาจจะรับเลี้ยงเด็กในช่วงอายุต่างกัน แต่ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่จะรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่แรกเกิด  – 3 ปี เพราะเด็กที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป มักเข้ารับการศึกษาในระบบโรงเรียน การดำเนินงานเป็นการให้บริการเชิงธุรกิจ

9.จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบการศึกษาอื่น ๆ
ตอบ  1.  หน่วยงานของรัฐ มีการให้บริการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง โดยมุ่งให้องค์กรท้องถิ่น อาสาสมัคร พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือบุคคลในครอบครัว เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดกิจกรรม เช่น กิจกรรมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเคลื่อนที่ กิจกรรมการพัฒนาเด็กโดย
2.  ภาคเอกชนหรือองค์กรเอกชน ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเด็กและได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนขึ้นประกอบด้วยองค์กร 50 องค์กร สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนมีหน้า ที่ประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในภาคเอกชน
3.  องค์การระหว่างประเทศให้ความสนับสนุนด้านเงินทุนวิชาการและเทคโนโลยีต่างๆแก่ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย เพื่อดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยด้วยเช่นเดียวกัน

10.จงอธิบายถึงการดำเนินการและลักษณะของโรงเรียนอนุบาล
ตอบ  -  โรงเรียนอนุบาลของรัฐที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการมีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ โรงเรียนอนุบาลส่วนใหญ่ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร และในทุกจังหวัดมักอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนอนุบาลเหล่านี้รับเด็กชายหญิงอายุ 4  – 6 ปี เข้ารับการอบรมเลี้ยงดู เพื่ อให้เด็กเจริญเติบโตพัฒนาทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา และเตรียมเด็กเพื่อการศึกษาในชั้นที่สูงต่อไป
-  ลักษณะของโรงเรียนอนุบาลอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ครูที่เอาใจใส่ สอนสิ่งต่างๆ เช่น ศิลปะ ดนตรี และการอ่านเขียน พ่อแม่สามารถดูลักษณะของครู โต๊ะควรเรียงเป็นแนวเป็นแถว แต่ควรมีบริเวณให้เด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ระบายสี ต่อบล๊อก เล่นสมมติ อ่านหนังสือนิทาน และเล่นพ่อแม่ลูก โรงเรียนควรมีบริเวณให้เด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆ สิ่งสำคัญในการเรียน คือ เด็กต้องรู้ว่าเวลาทำอะไรแล้วต้องทำให้เสร็จเป็นอย่างๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปทำสิ่งอื่นต่อไป ครูจึงต้องคอยดูแลให้เด็กทุกคนได้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ในกรณีที่เด็กเลือกกิจกรรมที่ต้องการทำไม่ได้ ครูจะช่วยเลือกให้และหากเด็กทำกิจกรรมบางอย่างนานเกินไป ครูจะช่วยเบี่ยงเบนไปสู่กิจกรรมอื่นต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น